สรุปโครงการพระไตรปิฎกสากล 2550-2552
กิจกรรมเผยแผ่พระไตรปิฎสากลในประเทศไทยระหว่างปี
พ.ศ. 2550-2552
เป็นการดำเนินงานโดยกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ
ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ
เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์
ซึ่งเป็นโครงการสมทบกองทุนเผยแผ่พระไตรปิฎกสากล ในสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
โดยจัดพิมพ์และมอบเป็นธัมมทานตามรอยพระไตรปิฎก
จปร. อักษรสยาม
ในอดีต ซึ่งใน 2
ปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏผลงานเป็นภาพรวมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พระไตรปิฎกสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
อันเป็นความต่อเนื่องของโครงการจากอดีตถึงปัจจุบัน
ดังมีรายละเอียดดังนี้
1.
ชาวไทยกับการพิมพ์พระไตรปิฎก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พิมพ์พระไตรปิฎกภาษาปาฬิอักษรสยาม
เป็นชุดหนังสือเมื่อ พ.ศ.
2436 เป็นครั้งแรกของโลก
และได้พระราชทานเป็นพระธัมมทานแก่กรุงสยามและไม่น้อยกว่า
260 สถาบัน ใน 30
ประเทศทั่วโลก
นับเป็นประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาระดับโลก
และต่อมาเมื่อ พ.ศ.
2530 รัฐบาลไทยก็ได้ใช้งบประมาณ
200 ล้านบาท
จัดพิมพ์เป็นพระไตรปิฎกเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
เป็นฉบับอักษรไทย
แต่ฉบับสากลอักษรโรมันยังมิได้มีการจัดทำ
2.
พระไตรปิฎกสากลอักษรโรมัน
ชุดสมบูรณ์ ในปี พ.ศ.
2542 ได้มีผู้บอกบุญให้ท่านผู้หญิง
ม.ล. มณีรัตน์
บุนนาค เป็นผู้อุปถัมภ์การพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาปาฬิ
ด้วยอักษรโรมัน
ซึ่งต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธารวมกันก่อตั้งเป็น "กองทุนสนทนาธัมม์นำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล.มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" โดยได้ดำเนินงานตรวจทานปรับปรุงต้นฉบับอักษรต่างๆ
ในอดีต และจัดพิมพ์ด้วยอักษรโรมันที่เป็นอักษรสากล
ใช้เวลา 6 ปี
จึงสำเร็จในปี พ.ศ.
2548 นับเป็นพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ
ฉบับสังคายนาสากลฉบับสมบูรณ์
ที่พิมพ์ด้วยอักษรโรมัน
ชุด 40 เล่ม ชุดแรกของโลก
3.
กองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ
ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ เป็นองค์กรเอกชนดำเนินงานตามพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ตั้งแต่
พ.ศ. 2542
โดยมีพระบัญชาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญต่างๆ
มาทำงานด้วย
จึงได้รับความร่วมมือจากทั้งสถาบันและบุคคลต่างๆ
ทำให้งานตรวจทานพระไตรปิฎกอันมากมายมหาศาลลุล่วงไปด้วยดี
ซึ่งปัจจุบันไม่อาจหานักวิชาการที่รอบรู้ต้นฉบับอักษรโบราณต่างๆ
ตรวจทานได้อีกแล้ว
นับเป็นการลงทุนทางด้านคลังสมองของชาติ ที่มีคุณภาพสูงอันประมาณค่ามิได้
4.
สหวิชาการต่อยอดจากการตรวจทานและจัดพิมพ์
การจัดสร้างพระไตรปิฎกสากล
อักษรโรมันชุดนี้ต่างจากฉบับอื่นๆ
เพราะได้ทำการตรวจทานเทียบกับฉบับของชาติต่างๆ
ทั่วโลกด้วย
โดยมีหลักฐานที่เป็นเอกสารพระไตรปิฎกปาฬิ
อักษรต่างๆ อ้างอิงกว่า
2,000 เล่ม
ซึ่งกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ
ได้รวบรวมและมอบเป็นธัมมทานก่อตั้งเป็นหอพระไตรปิฎกนานาชาติ
ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้สนับสนุนการค้นคว้าในระยะแรกเริ่ม
อาจกล่าวได้ว่าต้นทุนสหวิชาการที่ได้รับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นต้นทุนทางวิชาการที่ทรงคุณค่ายิ่ง
5.
การสร้างฐานข้อมูลพระไตรปิฎกสากล
เพื่อเผยแผ่ต้นฉบับพระไตรปิฎกให้กว้างขวาง
โครงการได้จัดสร้างเป็นฐานข้อมูลพระไตรปิฎกอักษรโรมัน
ซึ่งดำเนินงานโดย บุคลากรด้านวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ
ตั้งแต่ พ.ศ. 2543
จนถึง พ.ศ.
2553 ในปัจจุบัน
ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ล้ำสมัย
แม้เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลเป็นจำนวนมาก
แต่เป็นการลงทุนผ่านเทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์ที่เบา
พอเพียง และมีคุณภาพล้ำสมัย
ทำให้ไม่ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากเช่นในอดีต
แต่ก็เกิดพระสิทธิภาพสูงในการเผยแผ่ได้
6. การเผยแผ่พระไตรปิฎกสากลเป็นปฐมฤกษ์ พ.ศ. 2548
ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พระราชทานเป็นพระธัมมทานแก่สถาบันระดับนานาชาติที่สำคัญของโลก
ทำให้ชาวโลกร่วมสนับสนุนให้ประเทศไทยเผยแผ่พระไตรปิฎกสากลต่อไปอย่างกว้่างขวาง
เช่น ในพ.ศ. 2552-2553 สมาชิกรอยัลพลัสออคิดทั่วโลกของการบินไทย
ได้บริจารไมล์สะสมให้โครงการพระไตรปิฎกสากล
อักษรโรมัน มอบพระไตรปิฎกสากลตามรอยพระไตรปิฎก
จปร. อักษรสยาม
ซึ่งภายในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมากองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ได้จัดการมอบพระไตรปิฎกสากลเป็นพระธัมม์ทานไปแล้วไม่น้อยกว่า 40
สถาบัน ใน 20 ประเทศ
นอกจากนี้ใน พ.ศ.
2552 พระไตรปิฎกอิเล็คทรอนิกส์ในเครือข่าย
อินเตอร์เน็ท
มีผู้รับบริการข้อมูลเป็นประจำทุกเดือน
ไม่น้อยกว่า 200-500 คน
จาก 50-100 ประเทศทั่วโลก
7.
การเผยแผ่ที่สำคัญในประเทศไทย พ.ศ. 2550-2552
ได้รับความสนับสนุนจากมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ
เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์
อันเป็นการต่อยอดให้การศึกษาพระไตรปิฎกสากลแก่สังคมไทย
เช่น การจัดงานต่างๆ ในระหว่าง
พ.ศ. 2550-2552
ทำให้มีนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ
รวมทั้งประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมพระไตรปิฎกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
อาทิ
การอ่านสังวัธยายที่ริเริ่มโดยโครงการพระไตรปิฎกสากลร่วมกับกรุงเทพมหานคร
และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
ทำให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศ สามารถได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมพระไตรปิฎกอย่างกว้างขวาง
และในการสมโภชและถวายพระไตรปิฎกแด่สมเด็จพระสังฆราช
เมื่อ พ.ศ. 2552
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สถาบันพระมหากษัตริย์
ก็ได้เชิญสถาบันสำคัญต่างๆ
อาทิ ผู้แทนคณะสงฆ์ ราชบัณฑิตยสถาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถาบันตุลาการสูงสุดทั้งสามสถาบัน
และสถาบันความมั่นคงของทหารทั้งสามเหล่าทัพก็ได้เข้ามาร่วมงานด้วย
8. ผลงานการจัดพิมพ์และเผยแผ่ทางอิเล็คทรอนิกส์
การสนับสนุนสมทบกองทุนเผยแผ่พระไตรปิฎก
ทำให้โครงการพระไตรปิฎกสากลจัดพิมพ์พระไตรปิฎกสากลได้แพร่หลาย
พร้อมทั้งสร้างอุปกรณ์การศึกษาพระไตรปิฎกในรูปแบบต่างๆ
ที่สำคัญ รวม 3 ชุด
คือ
(1) พระไตรปิฎกสากล อักษรโรมัน
ชุด 40 เล่ม (The World Tipiṭaka Edition, 40 Volumes )
ซึ่งปัจจุบันสามารถพิมพ์ได้จากระบบเว็บเซอร์วิส
(WebService) เป็นครั้งแรก.
(2) หนังสือปทานุกรมพระไตรปิฎกศึกษาอ้างอิง อักษรโรมัน ชุด 40 เล่ม (Tipiṭaka Studies Reference, 40 Volumes)
ซึ่งในระบบอิเล็คทรอนิกส์สามารถจัดพิมพ์ได้ไม่น้อยกว่า
2,000 เล่ม.
(3) พระไตรปิฎก จปร.
อักษรสยาม ฉบับอนุรักษ์ดิจิทัล ชุด 40 เล่ม (Chulachomklao
Tipiṭaka Digital Preservation Edition, 40 volumes)
ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นด้วยระบบสื่อผสมเทคโนโลยี
ที่สำคัญโครงการได้พัฒนาวิธีการพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นใหม่ด้วยระบบดิจิทัลเทคโนโลยี
ทำให้เปิดโอกาสให้สถาบันต่างๆ
เข้ามาร่วมสนับสนุนการพิมพ์พระไตรปิฎกได้ทั่วโลกเป็นครั้งแรก
อันเป็นการเผยแผ่ข้อมูลในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
9. นโยบายการเผยแผ่พระไตรปิฎกสากล
กิจกรรมพระไตรปิฎกสากลในประเทศไทยจนถึง
พ.ศ. 2552
ทำให้โครงการพระไตรปิฎกสากลเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก
ซึ่งมิใช่เป็นการเผยแผ่ด้วยหนังสือเท่านั้น
แต่เป็นการเผยแผ่ในรูปแบบใหม่ๆ
ที่จะอนุรักษ์พระไตรปิฎกในฐานะคลังอารยธรรมทางปัญญา ให้สถิตสถาพรในโลก
4 ประการ คือ
(3) การสร้างความมีส่วนร่วมในการศึกษา
อ้างอิง และตรวจสอบความถูกต้องของพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ
เช่น ระบบ eTipiṭaka Quotation เป็นต้น.
(4) ส่งเสริมการแปลพระไตรปิฎกสากล
จากต้นฉบับภาษาปาฬิเป็นภาษาต่างๆ
เช่น การสร้างระบบอิเล็คทรอนิกส์
ส่งเสริมการแปลพระไตรปิฎกสากลผ่านอินเตอร์เน็ทเครือข่ายทางสังคม
(World Tipiṭaka Internet Social Networking)
10.
แนวทางการเผยแผ่พระไตรปิฎกสากลในอนาคตจากไทยสู่โลก
เป็นการดำเนินตามพระราชศรัทธาในสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ตามรอยพระไตรปิฎก จปร.
อักษรสยาม ในนานาประเทศ
โดยใช้สื่อผสมเทคโนโลยีให้แพร่หลายไปทั่วโลก
โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่เคยได้รับพระราชทานพระไตรปิฎก
จปร. อักษรสยาม
จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประมาณ 50 สถาบันในทวีปอเมริกาเหนือ
และในประเทศต่างๆ ไม่น้อยกว่า
20 ประเทศ ในประชาคมยุโรปต่อไป
กองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
18 กุมภาพันธ์
2553 ปรับปรุง 20 มีนาคม 2553